ฉันได้เรียนรู้ว่า...

posted on 21 Nov 2009 16:09 by metta  in Hopeful

ฉันได้เรียนรู้ว่า...

ยากล่อมประสาทที่ดีที่สุด คือ สติสัมปชัญญะนั่นเอง

การได้นอนอยู่บนหญ้าเขียว ไม่ว่าจะอยู่ในทุ่งแห่งใด ก็ให้ความรู้สึกที่ดีได้ทั้งนั้น

การฟังเพลงเบาๆในยามที่เราเศร้าโศกนั้น ช่วยบรรเทาความทุกข์ในใจให้เบาบางลงไปได้อย่างมากมาย

คุณหาเงินได้มากขึ้นได้ แต่ไม่สามารถหาเวลาเพิ่มได้

อย่ากอดรัดลูกให้แน่นเกินไป มันอาจจะกลายเป็นการทำร้อยลูกทางอ้อม

เมื่อสิ่งเลวร้ายผ่านเข้ามา คุณจะปล่อยให้มันสร้างความขมขื่นใจให้คุณ หรือใช้มันเป็นพลังทำให้คุณเข้มแข็งขึ้นก็ได้

คนเราไม่อาจเป็นวีรบุรุษได้ โดยไม่รู้จักการลงมือทำ

การซื่อสัตย์ต่อสิ่งเล็กน้อย
ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย

สิ่งดีๆนั้น มักจะเกิดขึ้นกับคนดีเสมอ

สิ่งที่จะทำให้เสียเพื่อนได้ดีที่สุดคือ
การให้เพื่อนยืมเงิน

การที่จะรู้ค่าอะไรสักอย่างนั้น คุณจะต้องขาดมันไปสักพักก่อน

เขาบริหารเวลากันอย่างไร

เรื่องมีอยู่ว่า...ผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งได้มีโอกาสไปพูดให้กลุ่มนักเรียนบริหารธุรกิจฟัง

วิธีดีที่สุดก็คือการใช้ตัวอย่างซึ่งผมเชื่อว่าพวกนักเรียนจะไม่ลืมเลย หลังจากที่คุณได้รับรู้คุณก็จะไม่ลืมเช่นกัน

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญยืนต่อหน้านักเรียนกลุ่มใหญ่ เขาพลันพูดว่า "เอาละได้เวลาเกี่ยวกับการทดสอบ (quiz)" เขานำเอาภาชนะใสรูปร่างแบบอ่างที่แบบปิดฝาได้ขึ้นมาวางบนโต๊ะ แล้วเขาก็เอาหินขนาดใหญ่ค่อย ๆ ใส่ลงไปในภาชนะทีละก้อน เมื่อหินเต็มภาชนะ และไม่สามารถที่จะเติมหินได้อีกต่อไป เขาก็ถามนักเรียนว่า "มันเต็มหรือยัง"

นักเรียนทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า "เต็มแล้วค่ะ/ครับ"

เขาก็ถามกลับว่า "จริงหรือครับ"

แล้วเขาก็นำเอาก้อนกรวดออกมา แล้วค่อย ๆ ใส่ลงไปในภาชนะ พร้อม ๆ กับเขย่าภาชนะ ทำให้ก้อนกรวดเคลื่อนตัวตกลงไปในช่องว่างของหินก้อนโต เขายิ้มพร้อมกับถามกลุ่มนักเรียนอีกครั้งหนึ่งว่า "เต็มหรือยังครับ"

นักเรียนทุกคนเงียบ แต่นักเรียนคนหนึ่งพูดว่า
"สงสัยว่ายังไม่เต็มครับ" เขาตอบว่า "ใช่ครับ" พร้อมกันนั้นเขาก็เขามือไปหยิบถุงทรายขึ้นมาจากใต้โต๊ะ แล้วก็เททรายใส่ลงไปในภาชนะ เขาเขย่าให้ทรายวิ่งลงไปในช่องว่างระหว่าง หินก้อนใหญ่และระหว่างก้อนกรวด เขาถามนักเรียนอีกครั้งว่า "มันเต็มหรือยัง"

ครั้งนี้ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า "ยังไม่เต็มค่ะ/ครับ"

เขากล่าว "เยี่ยม ใช่ครับ มันยังไม่เต็ม" แล้วเขาก็หยิบเขาโถน้ำขึ้นมาแล้วก็เทใส่ลงไปในภาชนะจนมันเต็มจนเอ่อ เขามองไปที่นักเรียนทุกคนและถามว่าเขาแสดงอะไรให้พวกนักเรียนดู นักเรียนหนึ่งยกมือขึ้นพร้อมกับพูดว่า

"ถึงแม้ว่าตารางการทำงานของคุณจะเต็มแน่นแค่ไหน ถ้าคุณพยายามอย่างหนัก คุณจะสามารถทำงานบางอย่างได้มากขึ้น" ผู้เชี่ยวชาญส่ายหน้าพร้อมกับสอนว่า "นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมกำลังสอน ที่ผมสอนพวกเราก็คือ ถ้าคุณไม่ใส่หินก้อนใหญ่ลงไปก่อน คุณจะไม่มีวันใส่มันลงไปได้เอาซะเลย"

"คุณจะเปรียบเทียบหินก้อนใหญ่ได้กับอะไรในชีวิตของคุณ"

* เวลาสำหรับครอบครัวและคนที่คุณรัก

* ความซื่อสัตย์ จริงใจ การศึกษา หรือ เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ

* เงื่อนไขต่าง ๆ และการตัดสินใจ

* สอนหรือแนะนำผู้อื่น

* งานที่คุณอยากทำให้สำเร็จลุล่วง มันอาจจะเป็นอะไรก็ได้ แต่ต้องจำไว้ว่า ทำหินก้อนใหญ่ ๆ ก่อน
ไม่อย่างนั้นคุณก็จะไม่ได้ทำมันเอาซะเลย

ตอนนี้คุณอาจหาเวลาว่าง ๆ ลองคิดดูซิว่า อะไรคือ"หินก้อนใหญ่ในชีวิตของคุณ" ?

การคิดอย่างคนเก่ง 7 ประการ

การเป็นคนเก่ง ไม่ใช่ความโชคดีของพันธุกรรมหรอกนะ อยู่ที่การฝีกขัดเกลาสมองและหัวใจของคุณต่างหาก แล้วคุณจะมีความปราดเปรื่องในแบบฉบับของคุณเป็นคนเก่ง ที่สามารถจัดการกับชีวิตของตนเองได้อย่างลงตัว

คิดในทางบวก

มองโลกในแง่ดี และทำทุกสิ่งอย่างเต็มกำลัง ด้วยรอยยิ้มและความเบิกบาน ทำตัวให้สดชื่น มีชีวิตชีวาและกระตือรือร้นอยู่เสมอ พร้อมที่จะเผชิญกับทุกสถานการณ์ จะช่วยให้คุณสามารถที่จะจัดการกับทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาได้อย่างอยู่มือ

มีศรัทธาในตัวเอง

ถ้าแม้แต่ตัวคุณเอง ยังไม่ศรัทธาและเชื่อมั่นในตัวเอง แล้วจะมีมนุษย์หน้าไหนล่ะ จะเชื่อในความเก่งของคุณ อยากให้ใครๆ เขาชื่นชอบและทึ่งในตัวคุณ คุณก็ต้องมั่นใจตัวเองก่อน

ขอท้าคว้าฝัน

ไม่มีอะไรที่จะทรงพลังมากเท่ากับความตั้งใจจริง และทุ่มสุดตัวหรอกนะ ความกระหายอันแรงกล้า ที่จะพาตัวเองไปสู่จุดหมาย นั่นแหละเป็นแรงผลักดันที่จะทำให้คุณสานฝันสู่ความจริงได้

ค้นหาบุคคลต้นแบบ

ใครก็ได้ที่คุณชื่นชม เพื่อเป็นมาตรฐานที่ดีในการดำเนินรอยตาม ศึกษาแนวคิด วิธีการทำงาน จุดเด่นในตัวเขา เผื่อว่าเราจะได้ไอเดียแจ๋ว ๆ มาปรับใช้ให้ชีวิตก้าวโลดสู่ความสำเร็จกับเขามั่ง

เริ่มต้นงานใหม่ทุกวันด้วยรอยยิ้มสดใส

คนที่มีรอยยิ้ม ระบายไว้บนใบหน้า เสมือนประตูที่เปิดกว้าง ให้ใครๆ อยากเข้ามาคบหาด้วย การเจรจาติดต่องาน ก็มักจะลงเอยด้วยความสำเร็จ มากกว่าคนที่หน้าตาแบกโลกนะ นอกจากนี้รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ยังสร้างความเบิกบาน และคลายทุกข์ แถมยังเป็นยาอายุวัฒนะชั้นอ๋อง ที่ทำให้เราดูเป็นวัยสะรุ่นตลอดกาล รู้อย่างนี้แล้ว..หัดติดรอยยิ้มไว้ที่มุมปากกันเป็นประจำนะ

เรียนรู้จากความผิดพลาด

ก็สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง จะเป็นอะไรเชียวถ้าเราจะทำอะไร แล้วจะยังไม่สำเร็จอย่างที่หวังไว้ เพียงแต่ขอให้ทำเต็มที่ และเปิดใจให้กว้าง ยอมรับความจริง หันมาทบทวน ดูว่ามีขั้นตอนไหนที่ผิดพลาดไป... เพื่อที่จะเริ่มต้นใหม่ให้ดีกว่าเดิม

ทะนุถนอมมิตรสัมพันธ์เก่าๆ

คงไม่มีใครที่จะอยู่อย่างมีความสุข โดยปราศจากเพื่อนหรือมิตรที่รู้ใจหรอกนะ แม้ว่าในชีวิตแต่ละวันของคุณจะวุ่นวายแค่ไหนก็ตาม คุณควรจะมีเวลาให้กับเพื่อนซี้ ที่รู้จักมักจี๋กันมานานซะบ้าง แวะไปหากัน เมื่อโอกาสอำนวย ชวนกันออกมาทานข้าวในช่วงวันหยุด ส่งการ์ดปีใหม่ หรือร่อนการ์ดวันเกิดไปให้ เผื่อในยามที่คุณเปล่าเปลี่ยวหงอยเหงา เศร้าทุกข์ใจ ก็ยังมีเพื่อนแสนซื้ ไว้พื่งพา และให้กำลังใจกันได้นะ